Tuesday 31 March 2563
หน้าแรก > การเงิน & การลงทุน > หลักการบริหารเงินพื้นฐาน 3 ประการ

หลักการบริหารเงินพื้นฐาน 3 ประการ

24 March 2020 เปิดอ่าน 39 ครั้ง


คนไทยมีปัญหาทางการเงินเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยบวกกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เดิมทีอัตราเงินเดือนของพนักงานบริษัทเอกชนต่างๆ ก็เพียงพอแค่การนำมาใช้จ่ายเท่านั้น หากแต่คนไทยยังคงมีความเสี่ยงกับชีวิต เพราะยังขาดแคลนเงินการใช้เงินที่ถูกต้องและยังคงเป็นหนี้เป็นสินกันเสียมาก บ้างก็เป็นหนี้บัตรเครดิต บ้างก็เป็นหนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงเกินความเป็นจริง ทว่าการเป็น มนุษย์เงินเดือน นั้นใช่ว่าจะไม่สามารถมีเงินออมได้ และที่สำคัญก็คือการบริหารจัดการเงินอย่างเป็นระบบบทความนี้จึงทำความรู้เกี่ยวกับหลักการบริหารเงินพื้นฐาน 3 ประการ คือ

1. การปกป้องเงินรายได้ที่มีอยู่ เป็นกระบวนที่จะทำอย่างไรรายได้ที่เราได้หามาได้จึงจะไม่ลดค่าลงไปตามกาลเวลาในอนาคต อย่างเช่นการที่เราหาเงินหนึ่งร้อยบาท ที่ได้มาในวันนี้ ลองคิดไปในอีกสิบปีข้างหน้าอาจมีมูลค่าลดลงเหลือครึ่งเดียวหากภาวะเงินเฟ้อยังเป็นเช่นปัจจุบัน เราจะมีวิธีการหรือกลยุทธ์อย่างไรที่จะรักษาค่าเงินให้คงคุณค่าไม่ให้หดหายลงไปดังกล่าว

2. การใช้รายได้ที่มีอยู่ทำไปสร้างดอกผลมากที่สุด คือ กระบวนการนำรายได้ที่มีไปก่อดอกออกผลซึ่งจะไม่ได้มาโดยการเก็บรักษาไว้ในบ้าน หรืออย่างเช่นการออมในลักษณะที่ได้ดอกเบี้ยหรือดอกผลต่ำเกินไป แต่อาจได้มาโดยวิธีการลงทุนที่ชาญฉลาด เหมาะกับสถานการณ์

3. การเพิ่มรายได้รวมให้มากขึ้น หมายถึง รายได้ปัจจุบันที่มีอยู่แล้วนั้นอาจมีทางทำให้ได้เข้ามามากขึ้นเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยไม่ต้องไปหางานทำเพิ่ม แต่อาจได้มาโดยปรับปรุงช่องทางเดินของกระแสเงิน เช่น การรับเงินเดือนโดยการโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารโดยตรงทำให้ได้รับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น หรือทำอย่างไร จึงจะเสียภาษีรายได้ประจำปีให้น้อยลงโดยไม่ผิดกฎหมายและไม่ผิดจริยธรรม เป็นต้น

วิธีการออมแบบไม่สลับซับซ้อนอาจเป็นการฝากเงินไว้กับธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ย แต่ในหลาย ๆสภาวะการฝากเงินกับธนาคารนั้นแม้จะเป็นการออมแต่ก็อาจไม่ใช่การลงทุนที่ถูกต้อง เพราะแทนที่จะเกิดดอกออกผลอาจกลายเป็นว่าเงินที่ฝากด้อยค่าลง เช่น หากภาวะเงินเฟ้อเลวร้ายจนอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากการฝากเงินธนาคารและหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากแล้วยังต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อจะหมายความว่าเม็ดเงินโตไม่ทันระดับราคาสินค้าและบริการหากไม่ใช่การออมในลักษณะง่าย ๆ ดังกล่าว การบรรลุแผนทางการเงินอย่างชาญฉลาดอาจต้องให้การลงทุนในรูปแบบอื่นต่าง ๆ เพื่อให้ได้ดอกผลมากกว่าการออมตามปกติ