Sunday 19 January 2563
หน้าแรก > การเงิน & การลงทุน > เทคนิคการเลือกโบรกเกอร์ เพื่อการลงทุนออนไลน์

เทคนิคการเลือกโบรกเกอร์ เพื่อการลงทุนออนไลน์

13 January 2020 เปิดอ่าน 34 ครั้ง

การลงทุนทั้งตลาดหุ้นและอนุพันธ์ ทุกคนน่าจะรู้จักบริษัทหลักทรัพย์หรือที่มักเรียกกันง่ายๆว่า “โบรกเกอร์” เป็นผู้ที่ให้บริการในการรับคำสั่งซื้อขายหุ้นจากผู้ลงทุน รับชำระค่าหุ้น การส่งมอบ จนสิ้นสุดกระบวนการ โดยคิดค่าบริการจากผู้ลงทุนเป็นค่าธรรมเนียม และยังมีบริการหลังการซื้อขาย โดยดูแลเรื่องเงินปันผลการจองซื้อหุ้นที่ออกใหม่ การวิเคราะห์หุ้น ให้ข้อมูลข่าวสารประกอบการตัดสินใจ โดยในปัจจุบันโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีบริการซื้อขายโดยตรงผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดและซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสมาชิกทั้งสิ้น 39 โบรกเกอร์ ในจำนวนนั้นมีโบรกเกอร์ 33 ราย ที่ให้บริการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตควบคู่กัน

การสรรหาโบรกเกอร์ในการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต ต้องพิจารณาเลือกจากความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ ทั้งในแง่ของบริษัทและเจ้าหน้าที่ ซึ่งนอกเหนือจากใบอนุญาตการประกอบธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. แล้วต้องพิจารณาในเรื่องสำคัญอื่นๆ เช่น

ฐานะทางการเงิน บริษัทมีฐานะการเงินที่มั่นคงน่าเชื่อถือหรือไม่ อาจตรวจเช็คได้จากงบการเงินของบริษัทว่ามีฐานะเป็นอย่างไร การดำเนินงานมีกำไรขาดทุนเป็นอย่างไรมีการเตรียมการรองรับกรณีจำเป็นด้านการเงินไว้อย่างเพียงพอหรือไม่ เป็นต้น

การบริหารงาน คณะผู้บริหารควรเป็นผู้มีประสบการณ์และความรู้ในเรื่องธุรกิจหลักทรัพย์ สังเกตจากเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อมีความรู้ ความชำนาญ มีเครื่องมือพร้อมที่จะให้บริการ รวมถึงระบบการปฏิบัติงานต้องได้มาตรฐานมีประสิทธิภาพ

เครื่องมือช่วยและข้อมูลช่วยตัดสินใจ การซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเองจากข้อมูลที่โบรกเกอร์บริการส่งให้ทางอีเมลหรือบนเว็บไซต์ ผู้ลงทุนควรพิจารณาในแง่ของความน่าเชื่อถือของบทวิเคราะห์ และความรวดเร็วในการจัดส่งข่าวสารข้อมูลต่างๆ ซึ่งผู้ลงทุนอาจลองอ่านบทวิเคราะห์เปรียบเทียบกับโบรกเกอร์อื่นๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์

การบริการลูกค้า มีผู้ช่วยเหลือเมื่อลูกค้ามีข้อสงสัย รวมทั้งการให้บริการหลังการซื้อขายต่างๆ เช่น โอนหุ้น ชำระเงิน ติดตามผลประโยชน์ของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ ลองเปรียบเทียบว่าแต่ละโบรกเกอร์มีการคิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำแตกต่างกันอย่างไรคิดจากยอดแต่ละรายการหรือคิดจากยอดรวม ณ สิ้นวัน ซึ่งบางโบรกเกอร์อาจคิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำในอัตราที่สูงกว่าโบรกเกอร์อื่น แต่ก็ต้องพิจารณาถึงบริการต่างๆ ที่จัดให้ว่าเหมาะสมกับค่าธรรมเนียมหรือไม่

บริการเสริม ปัจจุบันโบรกเกอร์ที่ให้บริการซื้อหุ้นขายผ่านอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่มักจะมีบริการซื้อขายผ่านมือถือหรือ ควบคู่กันด้วย โดยใช้ User Name และ Password เดียวกันและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ลงทุนที่ต้องเดินทางบ่อย ซึ่งผู้ลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลดูว่ามีโบรกเกอร์ไหนให้บริการบ้าง เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการซื้อขาย

การรับจ่ายเงินค่าหุ้น โบรกเกอร์ในปัจจุบันมีการรับจ่ายเงินค่าหุ้นผ่านระบบตัดเงินอัตโนมัติเป็นส่วนใหญ่ ผู้ลงทุนจึงควรหาข้อมูลว่าโบรกเกอร์นั้นๆ ใช้บริการธนาคารไหนอยู่บ้าง ผู้ลงทุนมีบัญชีกับธนาคารนั้นๆ หรือไม่เพื่อความสะดวกในการรับจ่ายเงินของตัวผู้ลงทุนเอง

เมื่อได้โบรกเกอร์ที่ต้องการแล้ว สามารถเข้าไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ของโบรกเกอร์นั้นๆ ในบางเว็บไซต์จะมี 2 เมนูย่อยคือ ทดลองใช้ฟรี (Free Trial) และในส่วนของการเปิดบัญชี (Open Account) ถ้าเลือกแบบ Free Trial จะเป็นการทดลองใช้สามารถดูข้อมูลต่างๆ จากโปรแกรมได้แต่ยังไม่สามารถซื้อขายได้จริง ใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนดแต่ถ้าเลือกเมนู Open Account จะเป็นการเปิดบัญชีซื้อขายจริงๆ จะต้องมีการส่งเอกสารยืนยันให้กับโบรกเกอร์ด้วยหากผู้ลงทุนต้องการเปิดบัญชี ผู้ลงทุนจะต้องกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวต่างๆ พร้อมตั้ง User Name & Password สำหรับเข้าใช้งาน เมื่อโบรกเกอร์ทำการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว จะมีจดหมายแจ้งเลขที่บัญชี พร้อมทั้งรหัสผ่านสำหรับส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์(PIN) เพื่อใช้ในการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต