Wednesday 27 May 2563
หน้าแรก > การเงิน & การลงทุน > รูปแบบการลงทุน แนวทางลงทุนอย่างมืออาชีพ

รูปแบบการลงทุน แนวทางลงทุนอย่างมืออาชีพ

12 May 2020 เปิดอ่าน 79 ครั้ง

รูปแบบการลงทุนในหุ้นนั้นเราสามารถทำได้หลายแบบซึ่งขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของนักลงทุนแต่ละคน ขึ้นอยู่กับว่าใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบใดวันนี้ ZA.IN.THจะมาแนะนำการลงทุนในแบบต่างๆกัน ประกอบด้วย การลงทุนแบบตามดัชนี ลงทุนแบบเน้นมูลค่า และการลงทุนแบบเน้นการเติบโต

การลงทุนแบบตามดัชนี (Index Investment Styles)

การลงทุนแบบตามดัชนี (Index Investment Styles) การเลือกลงทุนในกองทุนรวมดัชนีหรือ ETFs : Exchange Traded Fund เป็นกองทุนเปิดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ซื้อขายได้สะดวกเหมือนหุ้น ใช้เงินน้อย ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายต่ำ บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ซึ่งมีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามดัชนีอ้างอิง (Passive Fund) โดยเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์เช่น SET50 ETF เป็นกองทุนเปิดที่เน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50

การลงทุนแบบเน้นมูลค่า (Value Investment Styles)

ลงทุนแบบเน้นมูลค่า (Value Investment Styles) เลือกลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีมีการจ่าย Dividend Yield อยู่ในอัตราสูง อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) เป็นอัตราส่วนทางการเงินที่เปรียบเทียบระหว่างเงินปันผลต่อหุ้นกับราคาของหุ้น ณ วันที่คำนวณ เป็นอัตราส่วนที่บ่งบอกถึงว่าหากซื้อหุ้น ณ ราคาปัจจุบัน จะมีโอกาสได้รับเงินปันผลเป็นอัตราร้อยล่ะเท่าไรของราคาหุ้น

การคำนวณอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน หาได้จากสูตร
อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน = เงินปันผลต่อหุ้น/ราคาหุ้น * 100 (%)

การลงทุนแบบเน้นคุณค่านี้มีพื้นฐานมาจากแนวคิดการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเบนจามิน แกรแฮม และเดวิด ดอจจ์ แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ที่เน้นการลงทุนในหุ้นที่มีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานซึ่งอ้างอิงจากอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ เช่น อัตราส่วนกำไรต่อสินทรัพย์สุทธิ (P/E) อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/B) อัตราเงินปันผลตอบแทนที่ (Dividend yield) เป็นต้น โดยเชื่อว่าในระยะยาวราคาหุ้นจะปรับตัวเข้าสู่มูลค่าพื้นฐาน (Fundamental Value) การลงทุนในหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานจึงมีโอกาสกำไรมากกว่าขาดทุน แนวคิดของการลงทุนแบบเน้นคุณค่านี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับนักลงทุนระดับโลก อาทิ วอร์เรน บัพเฟต จอห์น เทมเพิลตัน จอห์น เนฟฟ์ เป็นต้น และการลงทุนแบบเน้นคุณค่านี้ยังได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยเชิงวิชาการมากมาย

การลงทุนแบบเน้นการเติบโต (Growth Investment Styles)

การลงทุนแบบเน้นการเติบโต (Growth Investment Styles) เป็นการเลือกลงทุนในหุ้นที่มีการเติบโตสูง มุ่งแสวงหาหุ้นที่มีประวัติการเติบโตของกำไรสุทธิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่าจะยังมีโอกาสรักษาอัตราการเติบโตให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อไปในอนาคต หุ้นเหล่านี้ส่วนใหญ่มักอยู่ในอุตสาหกรรมที่เกิดใหม่ อุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต หรืออุตสาหกรรมที่เพิ่งฟื้นตัวจากปัญหา (Turn around) เมื่อบริษัทประกาศผลประกอบการที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด จะส่งผลให้อัตราส่วนทางการเงินต่างๆ ดีขึ้น เช่น อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิของหุ้นลดลง (เนื่องจากกำไรสุทธิมากขึ้น ทำให้อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิลดลง) และจะดึงดูดนักลงทุนรายใหม่เข้ามาให้ความสนใจกับหุ้นเหล่านี้มากขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นโตเร็วเหล่านี้สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นไปได้อีก ถ้าบริษัทดังกล่าวสามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน กำไรและราคาหุ้นก็จะยิ่งเพิ่มพูนเป็นเท่าทวี อย่างไรก็ดีหากบริษัทไม่สามารถสร้างการเติบโตของผลกำไรได้ตามที่ตลาดคาดการณ์หรือประสบกับข่าวร้ายที่มีนัยสำคัญ จนทำให้นักลงทุนหมดศรัทธาในความสามารถการเติบโตของบริษัท ราคาของหุ้นโตเร็วเหล่านี้ก็อาจปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว และสร้างผลขาดทุนมหาศาลให้กับนักลงทุนได้